กคช.ร่วมกับสถานีวิทยุ F.M.96.5 จัดกิจกรรมสืบต่อปณิธานงานของพ่อโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย

การเคหะแห่งชาติร่วมกับสถานีวิทยุ F.M.96.5 คลื่นความคิด จัดกิจกรรม “สืบสานปณิธานงานของพ่อ กับการเคหะแห่งชาติ” โดย นายบัญชา บัญชาดิฐ ผู้ช่วยผู้ว่าการ การเคหะแห่งชาติ นำทีมผู้ปฏิบัติงานการเคหะแห่งชาติ พร้อมด้วยตัวแทนอสังหาริมทรัพย์คนชุมชนบ้านเอื้ออาทรรวมทั้งสิ้น 40 คน เข้าศึกษาดูงานในพื้นที่โครงการพระราชดำริเกี่ยวกับการบำบัดน้ำเสียด้วยกลไกธรรมชาติ ชมเทคโนโลยีการทำปุ๋ยหมักจากขยะโดยการ ฝังกลบในกล่องคอนกรีต พร้อมทั้งทำกิจกรรมส่งเสริมอาชีพ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2560 นี้ ณ โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรี

นายบัญชา บัญชาดิฐ กล่าวว่า การเคหะแห่งชาติและสถานีวิทยุ F.M.96.5 คลื่นความคิดได้จัดกิจกรรมเพื่อสังคมร่วมกันมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา และในครั้งนี้เพื่อเป็นการน้อมรำลึก ในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 จึงกำหนดจัดกิจกรรม “สืบสานปณิธานงานของพ่อกับการเคหะแห่งชาติ” โดยนำชาวชุมชนจำนวน 40 คนที่อาศัยอยู่ในชุมชนบ้านเอื้ออาทรลาดกระบัง 1 บ้านเอื้ออาทรบางเขน (คลองถนน) บ้านเอื้ออาทรรังสิตคลอง 10/2 และบ้านเอื้ออาทรสุวรรณภูมิ 2 ศึกษาดูงานในพื้นที่โครงการพระราชดำริเกี่ยวกับการบำบัดน้ำเสียด้วยกลไกธรรมชาติ ชมเทคโนโลยีการทำปุ๋ยหมักจากขยะโดยการฝังกลบในกล่องคอนกรีต พร้อมทั้งทำกิจกรรมส่งเสริมอาชีพ “การทำผลิตภัณฑ์แปรรูปจากดอกต้นธูปฤาษี” เพื่อให้คนชุมชนมีรายได้เสริมและเกิดการกระจายรายได้อย่างทั่วถึงอีกด้วย

Read related post at กคช.เข้าร่วมกับสถานีวิทยุ F.M.96.5 จัดกิจกรรมสืบสานปณิธานงานของพ่อโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย.

พลัสฯ แนะลงทุนคอนโดรีเซล เปิดตัวผลวิจัยล่าสุดราคาต่ำกว่าคอนโดมือหนึ่งที่เปิดใหม่ 26-44%

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารและจัดการอสังหาริมทรัพย์ วิเคราะห์ตลาดคอนโดมิเนียมนำกลับมาขายใหม่ (รีเซล) ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง ส่วนต่างราคาเทียบกับโครงการใหม่น่าสนใจอยู่ในอัตรา 26 – 44% พบโซนริมน้ำราคาต่างกับโครงการใหม่สูงสุด 44% รองลงมาคือราชเทวี–พญาไท ส่วนต่าง 38% สามเป้า–หมอชิต 32% ส่วนโซน CBD ส่วนต่างราคา 26%-28% หากพิจารณาในภาพรวมพบค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังของคอนโดมิเนียมรีเซลกับโครงการใหม่ต่างกันถึง 33%

นายอนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารและจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร กล่าวว่า ปัจจุบันราคาขายเฉลี่ยของคอนโดโครงการใหม่ปรับตัวสูงขึ้นมาก โดยโครงการคอนโดแนวสูง (High Rise) ที่อยู่ในระยะรถไฟฟ้าและทำเลศักยภาพอย่างพื้นที่ริมน้ำที่เปิดขายในช่วงปี 2557-2559 หรือช่วง 3 ปีที่ผ่านมามีราคาเฉลี่ยเปิดตัวอยู่ที่ประมาณ 235,000 บาทต่อตารางเมตร มีอัตราการเจริญเติบโตของราคามากกว่าปีละ 10% โดยโซนที่ราคาโครงการใหม่เปิดตัวสูงสุดคือโซนริมแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าจนถึงสะพานพระรามสาม มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 366,000 ตารางเมตรหรือเติบโตโดยเฉลี่ยประมาณ 44% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา รองลงมาคือโซน CBD ที่ปัจจุบันราคาเสนอขายของโครงการเปิดตัวใหม่ราคาสูงกว่า 200,000 บาท ซึ่งประกอบด้วยโซนพร้อมพงษ์–ทองหล่อ ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 325,000 บาทต่อตารางเมตร ราคาเติบโตประมาณ 25% ต่อปี, โซน เพลินจิต–ชิดลม–อโศก ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 278,000 บาทต่อตารางเมตร ราคาเจริญเติบโตโดยเฉลี่ยปีละ 14% ส่วนโซนราชเทวี–พญาไทมีราคาโครงการใหม่เปิดตัวโดยเฉลี่ย 255,000 บาทต่อตารางเมตร ราคาเติบโต 15% ต่อปี

“จากข้อมูลข้างต้น ส่งผลให้ตลาดคอนโดมิเนียมที่นำกลับมาขายใหม่ (รีเซล) ได้รับความสนใจมากขึ้น เนื่องจากราคาขายของตลาดรีเซลโดยส่วนใหญ่เฉลี่ยที่ต่ำกว่าโครงการเปิดตัวใหม่ในทำเลเดียวกันค่อนข้างมาก คิดเป็นราคาต่ำกว่าราคาขายคอนโดมือหนึ่งที่พึ่งเปิดใหม่ประมาณ 26 – 44% โดยเมื่อเปรียบเทียบโครงการที่เปิดขายในช่วงไม่เกิน 5 ปีที่ผ่านมาพบว่าโดยภาพรวมราคารีเซลมีราคาต่ำกว่าโครงการที่เปิดใหม่อยู่ที่ 33% โดยโซนที่ราคามีความแตกต่างมากสุดคือโซนริมแม่น้ำ (ต่างกันถึง 44%) สำหรับย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ได้แก่ โซนเพลินจิต–ชิดลม–อโศก แตกต่างจากโครงการเปิดตัวใหม่ 26% โซนพร้อมพงษ์–ทองหล่อ ราคาแตกต่างประมาณ 28% โซนสีลม–สาธร ราคาแตกต่างกันอยู่ที่ 26% สำหรับโซนพระรามเก้า–ศูนย์วัฒนธรรม ราคาแตกต่างกันอยู่ที่ 32% โซนราชเทวี –พญาไท ราคาแตกต่างกันประมาณ 38% ส่วนโซนสนามเป้า–หมอชิต ราคาแตกต่างประมาณ 32% ส่วนโซนพระโขนง – อ่อนนุช ราคาแตกต่างกันประมาณ 30% ซึ่งสภาพอาคารของโครงการรีเซลเหล่านี้มักได้รับการดูแลอย่างดี ไม่แตกต่างจากโครงการใหม่มากนัก แม้ว่าวัสดุหรือรูปแบบอาจจะแตกต่างจากโครงการใหม่บ้าง แต่จากราคาที่ต่ำกว่าในทำเลที่ดีไม่ต่างจากโครงการใหม่ จึงทำให้ตลาดรีเซลได้รับการตอบรับที่ดี ปัจจัยหลักมาจากราคาที่สามารถจับต้องได้ง่ายกว่า และทำเลบางแห่งที่ไม่มีโครงการใหม่ๆ เกิดขึ้นแล้ว”

จากสถานะซื้อขาย บ้าน ที่ดิน และคอนโดเศรษฐกิจของไทยที่มีแนวโน้มดีขึ้นเล็กน้อย ไตรมาสที่ 1/2560 โดยล่าสุดสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติประกาศตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ 3.3% ปัจจัยการลงทุนของภาครัฐในโครงการโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ยังเป็นตัวผลักดันการเจริญเติบโต เช่น การลงทุนในโครงการรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ นำมาสู่การลงทุนภาคเอกชนที่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อนหน้าตามการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐที่จะเริ่มดำเนินก่อสร้างและเบิกจ่ายได้ อีกทั้งตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาความเชื่อมั่นของผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นมากขึ้น ทำให้การใช้จ่ายเริ่มดีขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั้งโครงการใหม่และโครงการรีเซล ซึ่งปัจจุบันผู้ประกอบการจะเน้นพัฒนาในโครงการที่เจาะตลาดระดับบนมากขึ้นเนื่องจากเป็นกลุ่มคนที่ยังคงมีกำลังซื้อและไม่ได้รับผลกระทบจากความเข้มงวดของการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินมากนักรวมไปถึงราคาที่ดินในกรุงเทพฯมีราคาที่แพงขึ้นอย่างก้าวกระโดดจึงมีส่วนทำให้ราคาโครงการเปิดใหม่ปรับตัวสูงขึ้นตลาดรีเซลจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในปัจจุบัน

“หากพิจารณาในแง่ของผลตอบแทนการในการลงทุนในคอนโดมิเนียมพบว่าคอนโดมิเนียม High Rise ในกรุงเทพมหานครโดยภาพรวมผลตอบแทนจากการขายต่อในระยะการถือครองระยะเวลา 3-5 ปี มีผลตอบแทนโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 20 – 50% และในบางโครงการที่ถือครองมากกว่า 7 ปีอาจได้ผลตอบแทน สูงถึง 80-90% อาทิ โครงการควอทโทรบาย แสนสิริ หรือโครงการริมน้ำอย่างเดอะ ริเวอร์ นอกจากนี้ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์นอกจากการได้กำไรจากการขายแล้วยังสามารถปล่อยห้องให้เช่าได้ โดยอัตราผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับโดยเฉลี่ยของตลาดรีเซลอยู่ที่ 5-7% ซึ่งโซนพร้อมพงษ์–ทองหล่อ–เอกมัยและโซนราชเทวี–พญาไทเป็นโซนยอดฮิตสำหรับปล่อยเช่าที่ได้อัตราผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าอยู่ที่ 5% ส่วนโซนพระโขนง – อ่อนนุช ได้ผลตอบแทนสูงถึง 7%” นายอนุกูล กล่าว

Read more content at พลัสฯ แนะลงทุนคอนโดรีเซล เปิดผลวิจัยล่าสุดราคาต่ำกว่าคอนโดมือหนึ่งที่เปิดใหม่ 26-44%.

แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เตรียมเปิดทาวน์โฮม โครงการใหม่ “indy ศรีนครินทร์-ร่มเกล้า” ในบรรยากาศอังกฤษที่สวยที่สุด ครั้งแรกบนทำเลที่ตั้ง ศรีนครินทร์-ร่มเกล้า

บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จากัด(มหาชน) เตรียมเผยทาวน์โฮม โครงการใหม่ “indy ศรีนครินทร์-ร่มเกล้า”
ภายใต้กรอบความคิดคอนเซป “The Great English Town” เร่ิมต้นชีวิต เหนือใคร… ในบรรยากาศเมืองอังกฤษที่สวยที่สุดแรงบันดาลใจจากเมืองอังกฤษที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและความคลาสสิคของสถาปัตยกรรมท่ามกลางบรรยากาศสุดแสนประทับใจมาให้สัมผัสเพื่อ รองรับกลุ่มผู้บริโภคที่อยากซื้อขาย บ้าน ที่ดิน และคอนโดที่พักที่มีคุณภาพในสังคมคุณภาพเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

โครงการ“indy“ศรีนครินทร์-ร่มเกล้า”เป็นทาวน์โฮมที่สวยที่สุด อีกทั้งยังเป็นโครงการที่มีศักยภาพที่ตั้งสูงด้วยแนวถนนตัดใหม่และใกล้ แนวรถไฟฟ้า ใหม่ถึง 2 สาย มาพร้อมแบบบ้านทาวน์โฮมดีไซน์ ใหม่ล่าสุด พร้อมคุณภาพการอยู่อาศัย เทียบเท่าบ้านเดี่ยว

เดินทางโดยรถส่วนตัวสามารถเดินทางสะดวกด้วย

เชื่อมต่อถนนมอเตอร์เวย์และถ.วงแหวนรอบนอกตะวันออก
ถนนตัดใหม่ ศรีนครินทร์-ร่มเกล้า
เดินทางโดยรถสาธารณะ สามารถเดินทางสะดวกด้วย

Airport Link สถานีลาดกระบัง
เดินทางสะดวกในอนาคตด้วย แนวรถไฟฟ้าสายสีส้ม และสายสีชมพู
รายละเอียดโครงการ

ที่ตั้ง : ถนน เคหะร่มเกล้า แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร
แบบบ้าน : ทาวน์โฮม 2 ชั้น
พื้นที่ใช้สอย: ตั้งแต่ 89 ตารางเมตร
ขนาดที่ดิน: ตั้งแต่ 22 ตารางวาขึ้นไป
ราคา : เริ่มต้น 2.6 ล้านบาท
เปิดชมโครงการ : ประมาณเดือนมิถุนายน
เบอร์โทร : 1198
Website : www.lh.co.th

สถานที่แวดล้อมโครงการ

เส้นทางคมนาคม

ถนนกรุงเทพ–ชลบุรีสายใหม่ (มอเตอร์เวย์) 6.1 กม.
ถนนวงแหวนแหวนรอบนอก(ตะวันออก) 8.5 กม.
ถนนตัดใหม่ศรีนครินทร์-ร่มเกล้า 3.0 กม.
Airport Link สถานีลาดกระบัง 6.4 กม.
รถไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย – มีนบุรี 6.8 กม.
รถไฟฟ้าสายสีส้ม ตลิ่งชัน – มีนบุรี
สนามบินสุวรรณภูมิ 10.0 กม.
ห้างสรรพสินค้า

Tesco Lotus 1.2 กม.
Express Big C ร่มเกล้า 7.3 กม.
Homepro 5.5 กม.
The Paseo Town รามคำแหง 15 กม.
สถานศึกษา

รร.สารสาสน์วิเทศน์ ร่มเกล้า 4.4 กม.
รร.เตรียมอุดมน้อมเก้ลา 9.1 กม.
รร.นานาชาติร่วมฤดี (RIS) 12.1 กม.
มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต 4.8 กม.
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 11.8 กม.

ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษคลิก >> http://www.lh.co.th/registers/DSR/index.jsp?website=ThinkofLiving

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.1198 หรือ www.lh.co.th

Read more post at แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เตรียมเปิดทาวน์โฮม โครงการใหม่ “indy ศรีนครินทร์-ร่มเกล้า” ในบรรยากาศอังกฤษที่สวยที่สุด ครั้งแรกบนที่ตั้ง ศรีนครินทร์-ร่มเกล้า.

‘ณุศาศิริ’ ต่อยอดความสำเร็จ เดินหน้าผู้นำอสังหาฯ ควบการดูแลสุขภาพและท่องเที่ยว เปิดเผยวิธีการเด็ด จับมือพันธมิตรชั้นนำ พร้อมปักธงรุกตลาดสุขภาพทั้งไทยและประเทศจีน

บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) นำโดย วิษณุ เทพเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศิริญา เทพเจริญ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ วิษณี เทพเจริญ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและการขาย บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) จัดงานแถลงผลประกอบการและกลยุทธ์กลางปี 2560 บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) ต่อยอดความสำเร็จ เดินหน้าผู้นำอสังหาฯ ควบการดูแลสุขภาพและท่องเที่ยว เผยกลยุทธ์เด็ด จับมือพันธมิตรชั้นนำ พร้อมปักธงรุกตลาดสุขภาพทั้งไทยและประเทศจีน โดยมี สุมินทร์ญา ลาภสัมปันน์ชัย ผู้ช่วยผู้อำนวยการสายงานธนกิจไพศาล บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) , ดร. เชิดศักดิ์ อัมพรสุขกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทแสงฟ้าก่อสร้าง จำกัด , มร.แอนดรูว์ แลงดอน รองประธานอาวุโสประจำทวีปเอเชีย โมเวนพิค โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ท , ยุรนันท์ ภมรมนตรี ประธานกรรมการบริหาร บริษัทพานาซี เมดิเคิล เซ็นเตอร์ จำกัด และ ปูไปรยา ลุนด์เบิร์ก ร่วมงานเมื่อเร็วๆนี้

‘ณุศาศิริ’ คืนฟอร์มเจ๋ง หลังปรับโครงสร้างภายในทั้งหมด ดันนักขายบ้านมืออาชีพยอดขายโตทะลุ 100% จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2559 หลังเปิดแคมเปญหลัก “The Greatest Wealth is Health – เพราะสุขภาพดี คือความมั่งคั่งที่แท้จริง” และแคมเปญส่งเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ภายใต้แนวคิด “Live Long Rich Life – ใช้ชีวิตที่ยั่งยืนบนความมั่งคั่งและสุขภาพดี” ด้วยการออกหนังโฆษณาชุด LA EMPEREUR BED พร้อมด้วยการเปิดโครงการใหม่ล่าสุด โครงการ คอลมาร์ เขาใหญ่ บาย มายโอโซน พร้อมเผยแผนการบุกตลาดอสังหาริมทรัพย์ ช่วงไตรมาส 3-4 เน้นกลยุทธ์บุกเทรนด์สุขภาพและท่องเที่ยว พร้อมจับมือพันธมิตรชื่อดังระดับโลกอย่าง บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เสริมทัพเพิ่มความมั่นใจทุกการลงทุนอย่างยั่งยืน

นายวิษณุ เทพเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) เผยถึงเป้ายอดขายของบริษัทในช่วงไตรมาสแรกต้นปีนี้ (2560) โตขึ้นจากไตรมาสแรกของปีที่แล้ว รวม 104.7 เปอร์เซ็นต์ โดยเป้ายอดขาย 5 เดือนแรก คือ ม.ค.-พ.ค.2560 โตขึ้นกว่า 120 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับยอดขายทั้งหมดของไตรมาส 1-2 ของปีที่แล้ว (2559) และคาดว่าจะสามารถปิดยอดขายไตรมาส 1-2 ของปีนี้ (2560) ได้โตขึ้นถึง 160%

“บริษัทฯพร้อมเดินหน้าต่อยอดพิชิตเป้าหมาย ด้วยกลยุทธ์สู่ความสำเร็จแบบเต็มรูปแบบในครึ่งปีหลัง โดยได้มีการจับมือเสริมความแกร่ง เพิ่มความมั่นใจในการลงทุน นอกเหนือไปจากการมอบผลตอบแทนสูงสุด 9.5% นาน 6 ปี ด้วยการจับมือกับพันธมิตรระดับสากล อย่าง บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เพิ่มความเหนือระดับด้วยการมอบกรมธรรม์แผนคุ้มครองสำหรับลูกค้าที่เข้าร่วมโครงการ “The Greatest Wealth is Health” ตอกย้ำแนวคิด “Live Long Rich Life – ใช้ชีวิตที่ยั่งยืนบนความมั่งคั่งและสุขภาพดี” กับ ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและสุขภาพ จาก บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) มูลค่าสูงสุดถึง 10 ล้านบาท”

‘ณุศาศิริ’ ยังได้จับมือร่วมทุนกับ บริษัท แสงฟ้าก่อสร้าง จำกัด หนึ่งในบริษัทก่อสร้างชั้นนำของประเทศ ในการเข้ามาควบคุมดูแลคุณภาพการก่อสร้างและการบริหารโครงการ ณุศา ศรีราชา ตลอดจนร่วมมือกับ โมเวนพิค โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ท เชนโรงแรมและรีสอร์ทระดับโลกจากสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเข้าบริหารโครงการ โมเวนพิค เรสซิเดนซ์ เอกมัย กรุงเทพ อย่างเต็มรูปแบบไปเมื่อเร็วๆนี้ และยังได้ร่วมกับ พานาซี เมดิเคิล เซ็นเตอร์ เพื่อเปิดศูนย์สุขภาพแห่งใหม่ที่ ณุศาศิริ ซิตี้ พระราม 2 ในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ อีกด้วย

“และเนื่องจากความต้องการในตลาดบ้านเดี่ยวระดับพรีเมี่ยมยังมีมาก ในช่วงครึ่งปีหลังนี้เราจึงเน้นแผนการเปิดโครงการบ้านเดี่ยวระดับพรีเมี่ยม ในทำเลที่โดดเด่นพร้อมจุดขายที่แตกต่าง โดยจะมีการเปิดตัวโครงการใหม่ระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ ได้แก่ โครงการ ณุศา มายโอโซน เขาใหญ่ โซน G และโซน B C D ที่ความพิเศษเหนือระดับกว่าโครงการอื่นคือจะมีสนามบินส่วนตัวและโรงจอดเครื่องบินภายในบ้าน และโครงการ เลค โคโม่ บ้านหรูริมทะเลสาบกว่า 30 ไร่ ในโครงการณุศาศิริ ซิตี้ พระราม 2 ในช่วงไตรมาส 3 นี้ รวมทั้งรุกจังหวัดท่องเที่ยวด้วยโครงการ ณุศา รายา ภูเก็ต ที่จะมาพร้อมกับคอนโด เรสซิเดนซ์ และ ศูนย์ดูแลสุขภาพระดับไฮเอน พานาซี เพื่อรองรับการเติบโตของการท่องเที่ยว ในปลายปี”

ทางด้านนางศิริญา เทพเจริญ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาดและขาย ได้เปิดเผยถึงแผนการส่งเสริมการตลาดของ ณุศาศิริ ที่เน้นการจัดรายการส่งเสริมการตลาดที่จัดเต็มเอาใจทั้งลูกค้ากลุ่มที่ต้องการที่พักอาศัย และโดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนที่มองการไกลและรักสุขภาพ โดยเฉพาะรายการส่งเสริมการขายหลักในโครงการ “The Greatest Wealth is Health” ที่มอบชีวิตสมบูรณ์แบบแบบ 360 องศา คือ 3 Super Offers กับ การการันตีผลตอบแทนสูงสุด 9.5% ซึ่งประกอบด้วย Guarantee Yield 5 – 6.5% บวกแพคเกจดูแลสุขภาพจากพานาซี เมดิเคิล เซ็นเตอร์อีก 3% และเพิ่มความพิเศษด้วยผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและสุขภาพ จาก บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) มูลค่าสูงสุดถึง 10 ล้านบาท นาน 6 ปี แบบไร้ความเสี่ยงให้กังวลใจ 0% โดยมีโครงการที่เข้าร่วมเบื้องต้น ได้แก่ โครงการ ณุศา ศรีราชา โครงการโมเวนพิค เรสซิเดนท์ เอกมัย กรุงเทพ และ โครงการ คอลมาร์ คอนโด เขาใหญ่ บาย มาย โอโซน ตลอดจนการใช้แผนการการนำเสนอราคาที่ดีที่สุดที่หาไม่ได้อีกแล้วสำหรับโครงการบนพื้นที่ใจกลางเมืองอย่างสีลม กับ โครงการ ณุศา สเตท ทาวเวอร์ ซึ่งมีลูกค้าให้ความสนใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการเปิดตัว NUSA One Application สำหรับอัพเดตความเคลื่อนไหวและสิทธิประโยชน์ต่างๆให้กับกลุ่มลูกค้านักลงทุนของณุศาศิริอีกด้วย

ณุศาศิริยังมีแผนรุกตลาดดูแลสุขภาพระดับพรีเมี่ยมเพิ่ม ด้วยการเปิดให้บริการ Parc Health Family Center ที่โครงการ Parc Exo บนถนนเกษตร–นวมินทร์ภายในเดือนตุลาคมนี้ เพื่อเป็นศูนย์ดูแลป้องกันฟื้นฟูสุขภาพให้กับกลุ่มครอบครัว โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มเด็กเล็ก รวมทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้ามาซื้อแพคเกจดูแลสุขภาพทั้งชาวญี่ปุ่นและจีน โดยมีทีมแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิจากโรงพยาบาลชั้นนำและผู้ชำนาญการด้านการออกกำลังกาย รวมทั้งนักโภชนาการร่วมกันออกแบบคอร์สที่เหมาะสมเฉพาะกับแต่ละบุคคล อีกทั้งยังคอยให้การดูแลอย่างใกล้ชิด ระยะแรกเน้น 4 คอร์สหลักคือ เวชศาสตร์ชะลอวัย, Spot Medicine, การลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วน และการเสริมสร้างพัฒนาการในเด็ก มีทั้งคอร์สแบบไปกลับ 1 วันจนถึงคอร์สพร้อมที่พักตามกำหนดเวลา ซึ่งจะให้บริการดูแลเหมือนเข้าพักในโรงแรมระดับ 5 ดาวเลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังเผยถึงแผนงานสำคัญของณุศาศิริอีกหนึ่งแผนงานในปีนี้ นั่นคือการรุกปักธงในตลาดประเทศจีน โดยนำธุรกิจดูแลสุขภาพระดับไฮเอนด์ Panacee Wellness เป็นธุรกิจแรกที่จะไปเปิดให้บริการ จับกลุ่มลูกค้าชาวจีนระดับ B ที่รักสุขภาพซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ตลาดดูแลสุขภาพในประเทศจีนกำลังมีอัตราการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมีลูกค้าชาวจีนจำนวนมากเข้ามาใช้บริการดูแลสุขภาพในประเทศไทย ซึ่งณุศาศิริเล็งเห็นโอกาสทางการตลาดในจุดนี้จึงคิดว่าการไปเปิดให้บริการถึงประเทศจีนเพื่อรองรับความต้องการถึงประเทศจะทำให้ได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกค้าชาวจีนอย่างแน่นอน ประกอบกับได้พันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญในพื้นที่และยังได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลท้องถิ่น อาทิ การลงทุนในอาคารสถานที่ จึงทำให้ทุกอย่างลงตัว ทั้งนี้กำหนดเปิดสาขาแรกที่เป่ยไต้เหอ เมืองฉินหวงเตา มณฑลเหอเป่ย มณฑลที่พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ติดกับปักกิ่งเมืองหลวง ซึ่งมีนักท่องเที่ยวมาเยือนปีละกว่า 40 ล้านคน เป็นสาขาแรกภายในต้นปี 2561 โดยใช้งบลงทุนกว่า 10 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ คาดว่าจะคืนทุนภายใน 3 – 5 ปี และมีแผนในการเปิดให้บริการที่ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เป็นสาขาต่อไป โดยมีเป้าหมายเปิดให้ครบ 10 สาขาที่เมืองสำคัญของจีนภายใน 5 ปีนับจากนี้

Read more post at ‘ณุศาศิริ’ ต่อยอดความสำเร็จ เดินหน้าผู้นำอสังหาฯ ควบการดูแลสุขภาพและท่องเที่ยว เผยกลวิธีเด็ด จับมือพันธมิตรชั้นนำ พร้อมปักธงบุกตลาดสุขภาพทั้งไทยและประเทศจีน.

เล่นรุ่นใหญ่!รามี่แอบปลูกต้นรักป้าแพม

สื่อผู้ดีเผย อดิล รามี่ กองหลัง เซบีย่า กำลังตามจีบ พาเมล่า แอนเดอร์สัน นักแสดงสาวใหญ่วัยเกือบ 50 ปี หลังมีข่าวฝ่ายชายเลิกกับแฟนนางแบบไปแล้ว

อดิล รามี่ ปราการหลังชาวฝรั่งเศส ของ เซบีย่า แห่งศึก ลา ลีกา สเปน กำลังสานสัมพันธ์รักกับ พาเมล่า แอนเดอร์สัน นักแสดงสาวใหญ่ของวงการฮอลลีวู้ด ตามรายงานจาก “เดอะ ซัน” สื่ออังกฤษ เมื่อวันศุกร์ที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่านมา

รามี่ วัย 31 ปี พานักแสดงวัย 49 ปี ไปรับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคารแห่งหนึ่งในเมืองนีซ ประเทศฝรั่งเศส หลังมีข่าวทั้งคู่กำลังซุ่มปลูกต้นรัก หลังจากฝ่ายชายเพิ่งเลิกกับ ซิโดเนีย เบียมอนต์ แฟนสาวนางแบบที่ทั้งคู่มีลูกแฝดร่วมกันเมื่อไม่นานมานี้

โทรต่างประเทศราคาถูก สำหรับ แอนเดอร์สัน เป็นนักแสดงที่โด่งดังมาจากซีรี่ส์ เบย์วอทช์ ในยุค 90 และภาพยนตร์อีกหลายเรื่อง โดยเธอได้รับการยกย่องว่า เป็นสาวที่เซ็กซี่มากสุดคนหนึ่งในฮอลลีวู้ด

For more post, please visit เล่นรุ่นใหญ่!รามี่แอบปลูกต้นรักป้าแพม.

อินซ์ชมหงส์เสริมทัพเยี่ยมคว้าซาลาห์

พอล อินซ์ อดีตกองกลาง ลิเวอร์พูล ยกอดีตต้นสังกัดเสริมทัพเยี่ยมสำหรับการคว้า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกอียิปต์ ร่วมทัพ เหตุอดีตแข้ง โรม่า โชว์ฟอร์มเทพในซีซั่นที่ผ่านมา พร้อมเชื่อบรรดาเดอะ ค็อป จะแฮปปี้กับการเล่นของนักเตะแน่นอน

พอล อินซ์ อดีตมิดฟิลด์ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก ออกมากล่าวเมื่อวันเสาร์ที่ 24 มิถุนายน ที่ผ่านมา ว่า เขาคิดว่าอดีตต้นสังกัดทำได้อย่างยอดเยี่ยมสำหรับการเซ็นสัญญาคว้าตัว โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกทีมชาติอียิปต์ มาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

ซาลาห์ ย้ายจาก โรม่า มาร่วมถิ่นแอนฟิลด์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังทำผลงานยอดเยี่ยมในการค้าแข้งกับ “หมาป่าเหลือง-แดง” ด้วยการยิง 34 ประตูจาก 83 นัด และล่าสุด อินซ์ ก็ออกมากล่าวยกย่องการเซ็นสัญญาของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล

แนะนำที่พัก สระแก้ว “ผมคิดว่ามันเป็นการทำธุรกิจที่ดี ผมได้ดูเขาเล่นกับ โรม่า หลายครั้งในปีนี้ เขายิงได้ 15 หรือ 16 ประตูในปีนี้ ซึ่งมาจากการเล่นปีกขวา เขายิงได้หลายรูปแบบ ทั้งในและนอกกรอบเขตโทษ มันออกมาไม่ดีนักสำหรับเขาที่ เชลซี เขาไม่ได้เล่นมากพอ”

“แต่เขาย้ายออกไป เรียกความมั่นใจกลับมา และเขาก็มาอยู่กับสโมสรที่ยิ่งใหญ่อย่าง ลิเวอร์พูล และผมคิดว่าเขาจะเป็นการเสริมทัพที่ยอดเยี่ยมสำหรับ ลิเวอร์พูล ผมคิดว่าแฟนๆ จะสนุกกับการได้ดูเขาเล่น” อดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษ กล่าว

Read related content at อินซ์ชมหงส์เสริมทัพเยี่ยมคว้าซาลาห์.

เจาะแผนเสริมทัพของคล็อปป์ โดย “มาริโน่”

ได้มาแล้วสอง แต่โม ซาลาห์ ถือเป็นดีลจัดหนักรายแรกของ “หงส์แดง” ในช่วงตลาดร้อนนี้

อพาร์ทเม้นคลอง6 คำถามตามมาแน่นอนว่าแล้วเจอร์เก้น คล็อปป์ จะหมายตาเดินหน้าล่าใครต่อ

เพื่อไม่ให้เป็นการหลงทาง ผมเจาะมันสมองเข้าไปถึงซีรีบรัมว่ากุนซือเยอรมัน กำลังคิดแผนการอะไร มาสรุปให้เป็นข้อๆ

1. ซื้อไม่เยอะ
ใครคาดหวังจะเห็นการเสริมทีมแบบยกโหลจากตลาดโบ๊เบ๊ เตรียมตัวผิดหวังได้เลย
คล็อปป์ บอกแล้วว่าถ้านักเตะทุกคนฟิต ลิเวอร์พูล ไม่เป็นสองรองใครในลีก จากผลงานในช่วงครึ่งแรกของซีซั่นที่ผ่านมา
และไม่ว่าการเจอทีมใหญ่หรือเล็ก ก็ไม่ใช่ปัญหา จนกระทั่งเมื่อผู้เล่นตัวหลักเริ่มทยอยกันเจ็บทีละคนสองคน

2. คุณภาพมาก่อนปริมาณ
ซัมเมอร์ก่อน คล็อปป์ สอยนักเตะใหม่ 6 คน แต่ใช้การได้จริงๆ แค่ครึ่งเดียว โอเคว่าไม่น่าเกลียด แถมสองในนั้นได้มาแบบฟรีๆ
แต่หลังผ่านฤดูกาลอันขรุขระลำบาก ปัญหาถูกมองทะลุปรุโปร่งว่าปริมาณไม่ช่วยอะไรเมื่อถึงเวลาต้องเรียกใช้งาน แต่กลับเห็นดาวรุ่งนั่งหน้าสลอนเต็มพรืด
เป็นบทเรียนครั้งใหญ่สำหรับการเสริมทัพในคราวนี้ และเด็กหงส์ต้องทำใจแต่เนิ่นๆ ว่าแต่ละดีลต้องใช้เวลาลากยาวแบบนี้อีกเป็นแน่ เพราะเป้าหมายที่เล็งไว้ นอกจากค่าตัวสูงแล้ว ยังมีคู่แข่งรุมเป็นปลาสวายแย่งขนมปัง

3. สามตำแหน่งที่เล็งไว้
ปิดจ็อบตัวรุกริมเส้นมาช่วยแบ่งเบาภาระจากซาดิโอ มาเน่ ไปได้แล้วหนึ่ง แต่คล็อปป์ ยังเหลืออีกสองตำแหน่งที่เป็นจุดเปราะบางของลิเวอร์พูล
ไม่ต้องเดาให้เสียเวลา เซนเตอร์แบ็กคือความจำเป็นอย่างยิ่งยวดหลังจากต้องยอมถอยหนึ่งก้าวในการไล่ล่าเวอร์กิล ฟาน ไดค์
แต่ตราบใดที่ตลาดยังไม่ปิด อย่าเพิ่งวางใจว่าหงส์แดงจะล้มเลิกโปรเจคท์นี้ไปง่ายๆ
อีกหนึ่งคือมิดฟิลด์ขาบู๊ในแดนกลาง โมเดลเดียวกับเอ็นโกโล่ ก็องเต้ ของเชลซี ที่กำลังอินเทรนด์น่าดู

4. จับตานักเตะจากบุนเดสลีกา
คงแปลกระดับแฟนผีปันใจเชียร์หงส์ให้คว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก ถ้าคล็อปป์ จะเบือนหน้าไม่สนใจนักเตะจากลีกเยอรมัน มาเติมโควตาในแอนฟิลด์
ปีก่อนจัดมา 4 คนจาก 6 แข้งใหม่ และมันก็เป็นเหตุการณ์ปกติที่กุนซือจากประเทศไหน ก็มักมองหาผู้เล่นในลีกนั้นด้วยความรู้ลึกรู้จริงและคุ้นเคยกว่า เหมือนตอนที่เชราร์ อุลลิเย่ร์ หรือราฟา เบนิเตซ คุมทีม
ฉะนั้น เดาล่วงหน้าได้เลยว่าจบตลาดในวันที่ 31 สิงหา ต้องมีอย่างน้อยหนึ่งอิมพอร์ตมาจากเมืองเบียร์

Read related post at เจาะแผนเสริมทัพของคล็อปป์ โดย “มาริโน่”.

อุทธาหรณ์ “อาเดรียโน่” โดย ดร.พิว

เห็น ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ และ อัลแบร์โต้ โมเรโน่ โฉบไปเที่ยวริโอ เดอ จาเนโร แล้วได้ถ่ายรูปกับ อาเดรียโน่ ทำให้ผมคิดถึงขึ้นมาทันที

คิดถึงอย่างเดียวไม่ว่า แถมยังเสียดายอีกต่างหาก

จากดาวโรจน์ถล่มประตูสร้างชื่อกับ อินเตอร์ มิลาน ก่อนไปต่อยอดกับ ปาร์ม่า แล้วกลับมาที่ทีมงูใหญ่อีกรอบ ด้วยสไตล์การเล่นที่เร้าใจ ดุดันแต่สวยงามแบบฉบับแซมบ้า อาเดรียโน่ น่าจะไปได้ไกลและโกยเงินมากกว่านี้อีกเยอะ

ตอนนี้เขาเพิ่งอายุแค่ 35 แขวนสตั๊ดตั้งแต่ปีก่อน เพราะย้ายไปอยู่ ไมอามี่ ยูไนเต็ด ทีมลีกรองของสหรัฐฯ โดยที่ไม่ได้เล่นสักเกมเดียว ตามสภาพร่างกายที่ไม่เอื้อเลยสักนิด

ภาพล่าสุดที่หลายคนเห็น อาเดรียโน่ คือถ่ายรูปกับพวกแก๊งขาใหญ่ในริโอ เดอ จาเนโร มีถือปืนโชว์หรากันอีกต่างหาก ดูน่ากลัวคล้ายในหนังไม่มีผิด

ใครเห็นเข้าก็ตกใจทั้งนั้น เพราะไม่น่าเชื่อว่าหัวหอกระดับโลกอย่างเขาจะหมดสภาพเปลี่ยนไปได้มากถึงเพียงนี้

จุดสำคัญของชีวิตที่ทำให้เส้นทางหักเห น่าจะมาจากตอนที่เขาเสียพ่อช่วงเบญจเพส จากนั้นเป็นต้นมา อาเดรียโน่ ก็เหมือนคนเป็นโรคซึมเศร้า ไม่กระปรี้กระเปร่าเหมือนอย่างเคย เขาเปิดใจว่าไม่อยากเล่นฟุตบอลอีกต่อไป ไม่รู้จะมีชีวิตต่อไปทำไม

เขาพยายามฝืนเล่นเพื่อแลกกับค่าตอบแทน แต่สุดท้ายไม่ไหว ต้องยอมแพ้สภาพจิตใจตัวเอง เผ่นหนีกลับไปบ้านเกิด มั่วสุมอยู่กับกลุ่มเพื่อนฝูง ตัดขาดจากฟุตบอลเด็ดขาด

โทรข้ามโลก โทรต่างประเทศ ราคาประหยัด อาเดรียโน่ คือตัวอย่างของนักฟุตบอลอาชีพที่มีความสามารถ แต่ขาดแรงต้านทาน หวั่นไหวปล่อยไจไปตามอารมณ์ — นั่นก็จบกัน

แต่ถ้าตัวเขาเองยังไม่เสียดายกับมัน เราจะไปเสียดายด้วยก็คงไม่ช่วยอะไร

Please visit อุทธาหรณ์ “อาเดรียโน่” โดย ดร.พิว for more detail.

MQDC เน้นกลเม็ดองค์กรด้าน Well-Being หนุนสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรมโดยเปิดตัวบ้านอัจฉริยะยุคใหม่ “Home Intelligent System”

MQDC ให้ความสำคัญต่อการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมให้สุขภาพ และความเป็นอยู่ของผู้อาศัย ดียิ่งขึ้นโดยเฉพาะเทคโนโลยีการพัฒนาคุณภาพอากาศภายในอาคารที่อยู่ หรือ Indoor Air Quality (IAQ) ซึ่งเป็นเรื่องที่สังคมมักมองข้าม ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC) ของ MQDC ได้ค้นคว้าวิจัยและพัฒนาเพื่อส่งเสริมคุณภาพอากาศในอาคาร เพื่อผู้อาศัยในอาคารทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น คุณภาพอากาศในอาคารที่อยู่และในอาคารสำนักงาน ซึ่งปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เป็นปัจจัยหนึ่งในการประเมินคุณภาพอากาศภายในอาคาร และยังมีความสัมพันธ์กับการระบายอากาศ และการนำอากาศบริสุทธิ์เข้ามาในอาคาร ดังนั้นจะเห็นได้ว่าทุกๆ องค์ประกอบมีความเชื่อมโยงกัน และส่งผลต่อสุขภาพและประสิทธิภาพการทำงานของคนชูระบบ Health & Well-Being features ที่มี ERV หรือ ที่เรียกว่า Energy Recovery Ventilation ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการถ่ายเทหมุนเวียนอากาศที่ดีเข้ามาเพื่อเพิ่มอ๊อกซิเจนในที่อยู่อาศัย ที่จะนำมาใช้ในโครงการวิสซ์ดอม สเตชั่น รัชดา – ท่าพระ จะเป็นโครงการแรกของประเทศไทย และของ MQDC ที่นำระบบ Home Intelligent System มาประยุกต์ใช้เพื่อช่วยส่งเสริมคุณภาพอากาศภายในที่อยู่อาศัย ลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และช่วยในการตระหนักถึงการใช้พลังงาน ทำให้ผู้อาศัยมีความสะดวกสบายและมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ควบคุมทุกอย่างเพียงแค่ปลายนิ้วสร้างความตระหนักรู้ หมดกังวลด้วยระบบ Energy Measurement Unit หรือ EMU ที่รายงานค่าการใช้พลังงานไฟฟ้า รายวัน รายเดือน และรายปี ให้รับรู้และสามารถวางแผนอสังหาริมทรัพย์ เพื่อการลงทุนค่าใช้จ่ายได้ด้วยตนเอง ผ่าน Smart Device ที่คุณมี

บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของและผู้พัฒนาโครงการที่พักอาศัยและมิกซ์ยูสคุณภาพ แบรนด์แมกโนเลียส์ (Magnolias) และวิสซ์ดอม (Whizdom) เปิดตัวระบบการปฏิบัติการ FULLY- INTEGRATED HOME INTELLIGENT SYSTEM FOR WELL-BEING นวัตกรรมบ้านอัจฉริยะที่จะช่วยส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ ความสะดวกสบายของผู้อาศัยให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน เพื่อตอบโจทย์แบรนด์ดีเอ็นเอหรือแก่นแท้ของแบรนด์ที่ว่าด้วยเรื่อง ‘Sustainnovation’ อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมเปิดตัวนวัตกรรม การบูรณาการ การวัดค่าคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ หรือ Co2 และ ERV หรือ Energy Recovery Ventilation ซึ่งเป็นระบบปรับคุณภาพอากาศในอาคารเป็นรายแรกของไทยเสริมระบบบ้านอัจริยะ (Home Intelligent System) ให้สมบูรณ์แบบในทุกมิติการเอาใจใส่ส่งเสริมให้ลูกบ้านผู้อาศัย ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น (Well-being) ในทุกด้าน คือหัวใจการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ของ MQDC ดังนั้นเราจึงมุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่สามารถทำให้ “ชีวิต”ของผู้อยู่อาศัยสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น MQDC ยังพัฒนานวัตกรรมที่ให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพของผู้อาศัยอีกด้วย โดยเฉพาะคุณภาพอากาศภายในอาคาร (Indoor Air Quality – IAQ) ซึ่งนับเป็น “ภัยร้าย” ที่แฝงตัวอยู่ในชีวิตประจำวันของเราทุกคนผ่านการใช้ชีวิตในห้องปรับอากาศทั้งในเวลากลางวันกลางคืน ทั้งที่ทำงานและที่พักอาศัย MQDC จึงได้นำระบบ Home Intelligent System ที่เน้นการส่งเสริมด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นโดยผ่านการพัฒนาระบบคุณภาพอากาศภายในโดยใช้ ERV หรือ ที่เรียกว่า Energy Recovery Ventilation ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกนวัตกรรมที่เป็นไฮไลท์สำคัญของระบบบ้านอัจฉริยะ ซึ่งช่วยให้เกิดการถ่ายเท หมุนเวียนอากาศที่ดีเข้ามาในที่อยู่เพื่อเพิ่มปริมาณอ็อกซิเจนในห้องปรับอากาศให้เหมาะสมกับปริมาณผู้ที่อยู่อาศัย

ดร.จิตพัต ฉอเรืองวิวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (The Research and Innovation for Sustainability Center– RISC) บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) เปิดเผยว่า ซึ่งจากงานวิจัยของหน่วยงานที่เรียกว่า International Centre for Indoor Environment and Energy, Department of Civil Engineering, Technical University of Denmark พบว่าการอยู่ในห้องปรับอากาศ เป็นเวลานานจะส่งผลเสียต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เนื่องจากในห้องปรับอากาศนั้นจะมีปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มาจากการหายใจออก การเผาผลาญของร่างกาย ของผู้อยู่อาศัยในห้องเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลต่อร่างกาย โดยส่งผลให้มีอาการเพลีย ง่วงนอน ปวดศรีษะ และเหนื่อยง่าย รวมถึงมีผลต่อการตัดสินใจ และประสิทธิภาพการทำงาน

ขณะที่ ระบบ ERV (Energy Recovery Ventilation) เป็นเทคโนโลยีที่เป็นไฮไลท์สำคัญของ Home Intelligent System โดยระบบ ERV จะทำงานสัมพันธ์กับระบบอื่นๆ ของระบบเทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะ (Home Intelligent System) จะช่วยถ่ายเทให้ห้องที่เราอยู่มีอากาศที่มีคุณภาพที่ดีขึ้นและมีผลดีต่อสุขภาพ โดยระบบนี้จะตรวจวัดคุณภาพอากาศ (คาร์บอนไดอ๊อกไซด์ หรือ CO2) ภายในห้องนอนและห้องนั่งเล่นตลอดเวลา หากพบว่ามีปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ CO2 มากกว่าที่กำหนดไว้ ระบบจะทำการเชื่อมโยงอัตโนมัติไปยังเครื่อง ERV เพื่อเติมอากาศจากด้านนอกเข้ามาภายในห้อง และนำอากาศในห้องออกสู่ภายนอกบ้าน/อาคาร จนสภาพอากาศมีปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ลดน้อยลงจนเหมาะกับการพักผ่อนที่มีคุณภาพ ปริมาณ CO2 และคุณภาพอากาศภายในอาคาร เป็นสิ่งสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพ เฉลี่ยแล้วคนใช้ชีวิตร้อยละ 90 ในการทำกิจกรรมอยู่ภายในอาคาร ดังนั้นหากอาคารมีการระบายอากาศที่ไม่เพียงพอจะทำให้สารระเหยหรือมลพิษในอากาศสะสมอยู่ภายในอาคารได้รวมทั้งปริมาณ CO2 ที่เกิดจากการหายใจเผาผลาญของร่างกายของผู้ใช้งานอาคาร ก็อาจสะสมจนมีปริมาณมากขึ้นจนกระทบต่อสุขภาพได้

“ทุกวันนี้เราอยู่ในห้องแอร์ปรับอากาศแทบจะตลอดเวลา ทั้งเวลาทำงาน ที่บ้าน ห้องนอน ซึ่งห้องปรับอากาศส่วนใหญ่จะไม่มีระบบอากาศหมุนเวียนจากภายนอกเข้ามา ทำให้เราหายใจเอาอากาศเก่าเข้า

ร่างกายตลอดเวลา ทำให้เรารับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ มากกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งในเบื้องต้น ร่างกายจะไม่แสดงอาการอะไรออกมา จนกว่าจะเกิดการสะสมในระยะยาว ซึ่งจะส่งผลให้เกิดโรคต่างๆ มากมายเช่นความจำเสื่อมของคนสูงอายุ หรือสมองพัฒนาล่าช้าสำหรับวัยเด็ก ฯลฯ” ดร.จิตพัต กล่าวและย้ำว่า หากใครที่ไม่มีระบบ ERV ก็สามารถเติมอ๊อกซิเจนเข้ามาในห้องนอนได้ ด้วยการแง้มประตู กระจก หรือเปิดเครื่องดูดอากาศในห้องนอนให้อากาศจากด้านนอกมีโอกาสไหลเวียนเข้ามาในห้องนอนเพื่อลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลง ทั้งนี้ระดับค่าคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นระดับมาตรฐานที่จะมีผลกระทบน้อยต่อสุขภาพคือที่ระดับต่ำกว่า 1000 ppm (1 PPM =1 part per million หรือ 1 1 000 000 ส่วน) ระบบเทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะ (Home Intelligent System) เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีนวัตกรรมที่ MQDC จะนำมาติดตั้งในโครงการ วิสซ์ดอม สเตชั่น รัชดา-ท่าพระ ที่จะเปิดในช่วงไตรมาส 3 ปี 2561 เป็นโครงการแรก ซึ่งถือเป็นโครงการแรกในประเทศไทย และของ MQDC ที่ติดตั้งระบบพัฒนาคุณภาพอากาศภายในอาคาร (Indoor Air Quality -IAQ)

ทั้งนี้ MQDC มองเห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนาคุณภาพอากาศภายในอาคารโดยทั้งตัวอาคารและห้องพักในทุกโครงการของ MQDC ถูกออกแบบให้มีอากาศถ่ายเทได้ดี เพื่อให้ผู้อาศัยได้รับอากาศที่มีคุณภาพอย่างเต็มที่ ซึ่ง MQDC ถือเป็น ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ รายแรกเพียงรายเดียวที่ให้ความสำคัญในเรื่องการพัฒนาคุณภาพอากาศภายในอาคาร ตอกย้ำกลยุทธ์องค์กรด้าน Well-Being พัฒนาสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้อาศัยให้ดีขึ้นในอย่างยั่งยืน

ทางด้าน คุณทรงพล พลรัฐ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท ดีทีจีโอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (DTGO) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ MQDC กล่าวว่า เรายังมีอีกระบบที่น่าสนใจคือระบบ Energy Measurement Unit หรือ EMU ซึ่งเป็นระบบแสดงผลอัตโนมัติ ผ่าน Smart Devices ต่างๆ ที่รายงานค่าการใช้พลังงานไฟฟ้า รายวัน รายเดือน และรายปี อีกทั้งยังเปิดให้ท่านสามารถตั้งเป้าหมายการใช้พลังงานในแต่ละเดือนได้ด้วยว่า จะจำกัดการใช้พลังงานไว้ที่งบประมาณเท่าไร โดยระบบจะแจ้งเตือนและแสดงให้เห็นปริมาณการใช้พลังงานเพื่อกระตุ้นให้เกิดการตระหนัก การใช้พลังงานอย่างเหมาะสม และสนุกไปกับการประหยัดการใช้พลังงาน ที่เห็นผลลัพธ์ซึ่งจับต้องได้ในทุก ๆ วัน อีกด้วย

ทางด้านคุณพลณัฏฐ์ เฉลิมวรรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โอโบตรอนส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซี่งเป็นพันธมิตรกับ MQDC ในการร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมรวมทั้งการออกแบบระบบเทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะ Home Intelligent System เปิดเผยว่า บทบาทหน้าที่ของโอโบตรอนส์คือ การนำงานวิจัยที่คิดค้นได้จากศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (The Research and for Innovation Sustainability Center – RISC) มาดำเนินต่อทำให้เป็นรูปธรรมจับต้องได้อย่างยั่งยืนต่อไป ซึ่งในอนาคตจะมีการพัฒนาและออกแบบระบบและนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสภาพแวดล้อมและทำให้ผู้อาศัยมีความสะดวกสบายและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นออกมาอีกมากมายอย่างแน่นอน

ท่านสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซด์ www.mqdc.com

Read related content at MQDC เน้นยุทธวิธีองค์กรด้าน Well-Being ส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรมโดยเปิดบ้านอัจฉริยะยุคใหม่ “Home Intelligent System”.

SENA เผยโครงการ “Niche id @ Pakkret Station” ภายใต้คอนเซ็ปต์ ขยายทุกพื้นที่..ให้ชีวิตลงตัว พร้อมฟังก์ชั่นครบทุกการใช้สอย วิวโค้งน้ำเจ้าพระยา ราคาเริ่มต้นเพียง 1.29 ล้าน

บมจ.เสนาดีเวลลอปเม้นท์ (SENA) เปิดโครงการ”นิช ไอดี แอท ปากเกร็ด สเตชั่น” มูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท คอนโดพร้อมฟังก์ชั่นครบทุกการใช้สอย วิวโค้งน้ำเจ้าพระยา บนทำเลที่ตั้งที่คุ้นเคยเพียง 600 เมตร จากสถานีรถไฟฟ้าปากเกร็ด ราคาเริ่มต้นเพียง 1.29 ล้านบาท พร้อมพรีเซล 1 – 2 กรกฎาคม 2560 นี้

ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (SENA) ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์แถวหน้าของเมืองไทย และในฐานะ Developer รายแรกที่ทำหมู่บ้านโซลาร์เต็มรูปแบบ เผยว่า บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเปิดโครงการใหม่ “นิช ไอดี แอท ปากเกร็ด สเตชั่น” มูลค่าโครงการกว่า 1,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นคอนโดแนวคิดใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ขยายทุกพื้นที่..ให้ชีวิตลงตัว” เป็นโครงการแรกภายใต้แบรนด์ นิช ไอดี ที่โดดเด่นด้วยวิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมการออกแบบฟังก์ชั่นการดีไซน์ห้องที่ลงตัวและคุ้มค่า ราคาเริ่มต้น 1.29 ล้านบาท เปิดพรีเซลล์ในวันที่ 1 – 2 กรกฎาคม 2560

“นิช ไอดี แอท ปากเกร็ด สเตชั่น” เป็นโครงการคอนโด High Rise โครงการแรกภายใต้แบรนด์ นิช ไอดี ที่มีความสูงถึง 35 ชั้น 1 อาคาร แบ่งเป็นห้องพัก 857 ยูนิต และร้านค้า 7 ยูนิต รวมทั้งสิ้น 864 ยูนิต สำหรับทำเลที่ตั้งที่ตั้งมีศักยภาพและน่าสนใจเพราะติดถนนติวานนท์ ช่วงแยกปากเกร็ด–ถนนศรีสมาน สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีปากเกร็ดที่อยู่ห่างจากโครงการเพียง 600 เมตร พร้อมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกรอบด้าน เช่น เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ, เมืองทองธานี, ห้างสรรพสินค้า บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า สาขาแจ้งวัฒนะ, โรงเรียนสวนกุหลาบ นนทบุรี (ตรงข้ามโครงการ) ฯลฯ

นอกจากนี้ภายในโครงการยังมีส่วนกลางอำนวยความสะดวกมากขึ้น เพิ่ม ECO Innovation ด้วยการติดตั้ง Solar Pavillion สำหรับพักผ่อนพร้อมชาร์จแบตมือถือจากพลังงานแสงอาทิตย์ และการดูแลความปลอดภัยถึง 3 ระดับ 1. Keycard Access 2. Lift Access 3. CCTV 24 ชม.

“โครงการ นิช ไอดี แอท ปากเกร็ด สเตชั่น เป็นโครงการที่ SENA เปิดตัวในไตรมาส 3/2560 และมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม เพราะจุดขายบนทำเลที่ตั้งวิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา และการออกแบบฟังชั่นการดีไซน์ห้องที่ลงตัวและคุ้มค่า สอดคล้องคอนเซ็ปต์“ขยายทุกพื้นที่..ให้ชีวิตลงตัว” ดร.เกษรากล่าว

รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (SENA) กล่าวอีกว่า บริษัทฯ ยังใส่ใจ ดูแลคอนโดใหม่ ในกรุงเทพผู้ซื้อภายใต้คอนเซ็ปต์ “หัวคิด และหัวใจ” พร้อมบริการดูแลหลังการขาย 360 องศา เพื่อสร้างมูลค่าสูงสุดให้แก่ลูกค้า ด้วยองศาแห่งความอุ่นใจ ในบริการแจ้งซ่อมออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดย SENA We Care , องศาแห่งความสุข ดูแลทุกโครงการให้อยู่สบายโดย Victory , องศาแห่งความสบายใจ วันไหนก็ยังมั่นคงด้วยบริการรับฝากขาย – เช่า โดย 360° Living agent , องศาแห่งความสะดวกสบาย ไม่ว่าจะติดต่อหรือติดตาม และยังตรวจสอบปริมาณการลดค่าไฟฟ้าจากโซลาร์ ก็สะดวกสบายด้วยแอพพลิเคชั่น SENA 360° SERVICE

Read more content at SENA เผยโครงการ “Niche id @ Pakkret Station” ภายใต้คอนเซ็ปต์ ขยายทุกพื้นที่..ให้ชีวิตลงตัว พร้อมฟังก์ชั่นครบทุกการใช้งาน วิวโค้งน้ำเจ้าพระยา ราคาเริ่มต้นเพียง 1.29 ล้าน.